เพราะแค่รักษาให้หายไม่พอ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำด้วย!
โรคไรขี้เรื้อนในกระต่าย (Sarcoptic Mange) เกิดจากการติดไรใต้ผิวหนัง ซึ่งก่อให้เกิดอาการคัน ขนร่วง ผิวลอก และอักเสบ หากปล่อยไว้อาจลุกลามและทำให้กระต่ายอ่อนแอได้ แม้จะรักษาหายแล้วก็ยัง มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หากไม่ดูแลอย่างเหมาะสม
เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้ากระต่ายแสนรัก มาดู 5 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ไรขี้เรื้อนกลับมาอีกครั้ง
ล้างกรงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ด้วยน้ำร้อนหรือยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง
เปลี่ยน แผ่นรองกรง, ฟาง, ขี้เลื่อย อย่างสม่ำเสมอ
ซักเบาะนอนหรือผ้าเช็ดตัวด้วยน้ำร้อนและตากแดดให้แห้งสนิท
หลีกเลี่ยงความอับชื้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ไรชอบ
ลูบขนและดูผิวหนังของกระต่ายสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
สังเกตว่ามีขนร่วง ผิวแห้ง หรือตกสะเก็ดผิดปกติหรือไม่
หากเริ่มมีอาการคัน หรือข่วนตัวเองบ่อย ให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
ตรวจรอบใบหู ข้อเท้า และโคนหางเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่ไรชอบอาศัย
ใช้ เครื่องดูดฝุ่นที่มีฟิลเตอร์ HEPA ในห้องเลี้ยงสัตว์
ฉีดพ่นยากันไร/แมลง (ที่ปลอดภัยต่อสัตว์) รอบ ๆ พื้นที่ที่อยู่ของกระต่าย
หลีกเลี่ยงการเลี้ยงกระต่ายร่วมกับสัตว์อื่นที่อาจนำไรมาแพร่
หมั่นทำความสะอาดพื้น ผ้าม่าน และพรมบริเวณใกล้กรงกระต่าย
ให้กระต่ายได้รับอาหารที่มีคุณภาพ เช่น หญ้าแห้งสดใหม่, อาหารเม็ดเกรดดี, ผักสดสะอาด
หมั่นให้กระต่ายได้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมทุกวัน
พักผ่อนเพียงพอ ไม่ให้เครียด หรืออยู่ในที่อากาศร้อนเกินไป
ภูมิคุ้มกันที่ดีจะช่วยให้กระต่ายต่อต้านไรและเชื้อโรคอื่น ๆ ได้เองตามธรรมชาติ
หากเคยเป็นไรขี้เรื้อน แนะนำให้ พบสัตวแพทย์เพื่อตรวจติดตามทุก 3–6 เดือน
อาจฉีด/หยอดยากันไรเป็นระยะ (ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์)
หากเลี้ยงหลายตัว ควรตรวจทุกตัว แม้บางตัวจะยังไม่แสดงอาการ
การป้องกันกระต่ายจากไรขี้เรื้อนไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น ความสะอาด ใส่ใจตรวจสุขภาพ และดูแลสภาพแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ
เพราะสุขภาพผิวที่ดีของกระต่าย เริ่มต้นจากความใส่ใจของเจ้าของทุกวัน
และถ้าคุณดูแลเขาอย่างถูกต้อง โอกาสกลับมาเป็นซ้ำก็แทบไม่มีเลยครับ
ติดต่อเรา : www.natradaanimalhospital.com
100/669 ม.6 ซอย 45 หมู่บ้านทรัพย์บุญชัย ถ.ศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง สมุทรปราการ 10270
1075-1077 ถ.อ่อนนุช เเขวง อ่อนนุช เขต สวนหลวง 10250